วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563

บันทึกที่ห่างกันถึง 10 ปี

           ตั้งแต่ต้นปี 2020 มา เหตุการณ์ต่างๆในชีวิตก็เปลี่ยนไปมากเลย ห่างหายจากการบันทึกสิ่งต่างๆ ความคิด ยุ่งแต่กับการหาเงิน ทำงาน จนบางครั้งก็ลืมสำรวจตัวเองไป กลับมาเปิดบล็อกนี้อีกครั้งก็ยิ่งทำให้ตัวเราเองก็ตระหนักว่าเราเองก็เปลี่ยนไปเยอะ ขอลำดับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
  • สถานะ เปลี่ยนจาก สาวโสด เป็น คนมีคู่
       ถือเป็นปีแรกของการใช้ชีวิตคู่ ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ปรับตัวอีกเยอะยังไงก็สู้ๆนะ
-->
  • สามีเป็นคนต่างชาติ และวัฒนธรรม
      ทำให้ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของคู่ชีวิตตัวเองใหม่หมด โชคดีที่ต่างคนต่างก็เปิดใจคุยกับบ่อย และให้โอกาสแสดงตัวตนของกันและกัน รับฟังกันและกันน่าจะเป็นสิ่งสำคัญทีตอนนี้คิดไว้อ่ะนะ 
  • วิถีชีวิต
      เพราะต้องการให้ชีวิตคู่สมบูรณ์ เราต่างตกลงที่จะมีลูกกัน แต่ปีนี้จะให้เขาย้ายตามเรากลับเมืองไทยก็ยังต้องรอไปก่อน เราเองมีโอกาสก็เลยลองย้ายมาอยู่กับเขาดูสัก 6 เดือนเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ (แต่ไม่รู้จะสำเร็จมั้ยนะ) ....ลุ้นกันต่อไป


เมื่อปลายปี 2018 วางแผนว่าจะเปิดบริษัทผลิตเครื่องสำอาง ก็เลยลงทุนซื้อห้อง ตกแต่งจัดวาง เตรียมเอกสารทุกอย่าง กว่าจะเปิดบริษัทแล้วเสร็จ ได้รับใบอนุญาตก็ใช้เวลาไปเกือบๆ 1 ปีเต็ม ทำเองลุ้นเองกลัวไม่ผ่านสุดๆ เพราะเราใหม่หมด ไม่เคยมีความรู้การจัดการแผนผังเลย มานับหนึ่งใหม่ ลองศึกษาอะไรต่างๆเอง .......ความรู้มีอยู่ทั่วไป แล้วแต่ใครจะไขว่คว้า.......

มาปี 2020 นี้ ขอให้สิ่งที่เริ่มต้นดำเนินการไว้ ได้ออกดอกออกผลแห่งความพยายามนี้ด้วยเทอด สาธุ
และภาวนาขอให้โรคโควิทนี้หายไปสักที ....(จริงๆก็เพราะโรคนี้ด้วยมั้งที่ทำให้เรากลับมารื้อฟื้นอดีตที่นี้อีกครั้ง) ใครผ่านมาอ่านก็ขอให้คุณโชคดีด้วยเช่นกันนะ 

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

งานสัก


 http://www.photohobby.net/oldboard/show.php?No=9075
www.foto-mania.net
http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=8550

http://easytattoo.net/product.php?pcat=1 

ลายสักสวยๆ อยากให้มาอยู่บนหลังจัง



วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คนขี้เหงา- นีโน เมทนี บูรณศิริ



เพลงอมตะ นิรันดร์กาล ที่ทุกคน ทั้งหัวงอก หัวเริ่มงอก และ หัวดำทั้งหลาย ต่างรู้จักทั้งสิ้น
เพลงนี้ไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง ไม่มีการโปรโมต แต่คนมักจะนึกถึง เมื่อมีอะไรมากระทบจิตใจ

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

แบบทดสอบขำๆ : นี้เป็นคำถามจิตวิทยา...แม่นดีลองทำกันดูนะ(อย่าแอบดูเฉลยก่อนละ)



 1. คุณกำลังเดินไปตามทางเดิน แล้วเห็นอะไรอยู่รอบตัว  
  • ก. ป่าทึบ มองขึ้นข้างบนแทบไม่เห็นท้องฟ้า            
  • ข. ทุ่งข้าวโพดเหลืองอร่ามตัดกับสีขอบฟ้า            
  • ค. เนินเขาสีเขียว เห็นภูเขาอยู่ลืบๆ  
2. คุณเห็นอะไรตกอยู่ข้างๆ เท้า  
  • ก. กระจก        
  • ข. แหวน        
  • ค. ขวด
3. เก็บมันขึ้นมาไหม  
  • ก. เก็บ        
  • ข. ไม่เก็บ
4. เดินต่อไปเจอแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่ว่าคือ…
  • ก. ทะเลสาบใส      
  • ข. น้ำตก      
  • ค. ลำธาร
5. กุญแจที่จมอยู่ในน้ำซึ่งคุณกำลังจะเก็บขึ้นมานั้นมีลักษณะอย่างไร
  • ก. กุญแจบ้าน      
  • ข. กุญแจโบราณ      
  • ค. กุญแจล็อคเกอร์เล็กๆ
6. ต่อมาเจอะบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นเป็นบ้านแบบไหน
  • ก. แมนชั่นหรูแบบละแวกฮอลลีวู้ด          
  • ข. กระท่อมพร้อมสนามหญ้า          
  • ค. ปราสาทสวยโทรมๆ  
7. แล้วทำยังไงต่อ
  • ก. มองเข้าไปทางหน้าต่าง          
  • ข. เข้าไปสำรวจ          
  • ค. ไม่สน… แล้วเดินต่อไป  
8. ทันใดนั้นก็มีบางอย่างกระโจนใส่ ทำให้คุณตกใจ สิ่งนั้นคือ
  • ก. หมี          
  • ข. พ่อมด          
  • ค. เหยื่อที่ใช้ตกปลา  
9. ด้วยความตกใจคุณจึงวิ่งไปจนถึงกำแพงมีประตูคุณจึงมองลอดรูกุญแจก็เลยเห็น
  • ก. สวนเขียวขจีในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง          
  • ข บ่อน้ำกลางทะเลทราย          
  • ค. ชายหาดและเกลียวคลื่น
*********************เฉลยคำถาม***************
คำถามที่ 1 ทัศนคติของคุณเกี่ยวกับตัวเอง
         
ก. คนอื่นมองว่าคุณเป็นคนที่น่าสนใจเพราะคุณปกปิดตัวตนที่แท้จริงเพื่อนๆรักคุณเพราะคุณเป็นนักฟังที่ดี
         
ข. เป็นคนฉลาด ซื่อสัตย์และน่ารักเป็นมิตรกับทุกคนและไม่ค่อยมีเรื่องกับใครแถมยังเป็นตัวแทนของความร่าเริง
            
สนุกสนาน ใครๆจึงมักจะเข้ามาพูดคุยด้วย
         
ค. เป็นคนติดดิน และผู้คนเขาก็รักคุณเพราะนิสัยเป็นคนตรงๆ นี่แหละคุณคือนักไกล่เกลี่ยปัญหาเพราะคุณ
           
จะรับฟังความของทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินว่าใครถูกใครผิด
คำถามที่ 2 ลักษณะของคู่รักที่คุณมองหา
         
ก. แฟนคุณต้องเป็นคนที่จะร่วมชีวิตกันในอนาคต แต่คุณควรเปิดใจให้กว้างเพราะเขา/เธอที่สมบูรณ์ตามแบบ
            
ของคุณ อาจไม่ค่อยมีเสน่ห ์มากนัก
         
ข.คุณป็นคนโรแมนติกยามรักก็จะทุ่มเทเพื่อถนอมรักไว้ให้ดีที่สุดเพราะคุณเชื่อว่ารักแท้จะคงอยู่ตลอดกาลและ
            
คุณก็อยากให้แฟนห่วงใยดูแลคุณเสมอ
         
ค. คุณชอบคนที่กล้าแสดงความเก่ง ทะเยอทะยาน และ จริงจัง ฉะนั้นพวกหล่อ/สวยอย่างเดียวน่ะไม่ผ่าน
คำถามที่ 3 ความพร้อมที่จะผูกมัดกับใครซักคน
         
ก. ถ้าใช่ก็ได้เลย
         
ข. ดูใจกันไปเรื่อยดีกว่า
คำถามที่ 4 รักคุณซึมลึกขนาดไหน
         
ก. คุณจริงจังกับความสัมพันธ์เอามากๆ ถ้าพบคนที่ใช่คุณก็จะรักเขา/เธอคนั้นสุดหัวใจ
         
ข. เพศตรงข้ามคิดว่าคุณเซ็กซี่มากเพราะคุณหว่านเสน่ห์เก่งชาย/หญิงหลายขโยงจึงพากัน หลงใหลคุณ
         
ค. ทักษะการจีบของคุณเป็นเลิศ คุณจึงเปลี่ยนคู่ควงได้ไม่ซ้ำหน้า
คำถามที่ 5 ความสำคัญของการศึกษา
         
ก. การศึกษาสำคัญน้อยกว่าโลกภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้าลึกๆแล้วคุณอาจจะอยากเริ่มทำงานและออกมาอยู่เอง
         
ข. การศึกษาสำคัญที่สุดคุณอยากเรียนหนักๆจะได้ซึมซับความรู้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
         
ค. คุณอาจจะไม่ชอบเรียน แต่มีความคิดดีๆมากมายคุณเชื่อสัตชาตญาณและสมองของตัวเองฉะนั้นคุณอาจลง
            
เอยด้วย อาชีพที่ไม่เหมือนใคร
คำถามที่ 6 งานเหมาะๆ
         
ก. คุณมีเป้าหมายเยอะและพยายามทำทุกอย่างสุดๆงานที่ชอบจึงต้องเป็นงานที่ได้แสดงพลังคุณปรารถนา
            
ความสำเร็จอย่างที่สุด
         
ข. คุณยึดหลักความเป็นจริงในการเลือกอาชีพและมุ่งมั่นจะเติบโตในสายงานที่คุณเลือก
         
ค. อาชีพที่คุณฝันไว้เป็นไปได้ยากในชีวิตจริงน่าจะมองๆหาอะไรใกล้ตัวทำไปก่อนดีกว่าไม่งั้นอาจเศร้า
คำถามที่ 7 ความสำเร็จมีความหมายแค่ไหน
         
ก. คุณกลัวล้มเหลวเลยไม่กล้าเริ่มต้นจงอย่าเพิ่งยอมแพ้เสียตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ
         
ข. คุณมั่นใจว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ เพราะจะไม่มีสิ่งไหนมากั้นขวางคุณได้
         
ค. ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องใหญ่คุณพอใจในสิ่งที่มีอยู่และชอบที่จะอยู่กับคนที่คุณรักมากกว่าจะทุ่มชีวิตไปกับ
             
การงานหรือดำรงตำแหน่งสูง
คำถามที่ 8 คุณกลัวอะไรมากที่สุด
         
ก. คุณกลัวที่จะไม่มีใครให้พึ่ง หรือกลัวเลี้ยงตัวเองไม่ได้
         
ข. คุณกลัวในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเพื่อกลบเกลื่อนคุณก็เลยใช้อำนาจบาตรใหญ่เกินไปบ้าง
         
ค. คุณเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่นเอามากๆ              จึงพยายามสุดชีวิตที่จะได้รับการยอมรับจากผู้คนคุณต้องเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองบ้างแล้ว
คำถามที่ 9 ตัวตนของคุณคือ
         
ก. คุณเป็นผู้ใหญ่มีความคิดความอ่าน ซื่อสัตย์ กล้าแสดงความเห็นผู้คนจึงมาขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ             แต่คุณอาจแย่ถ้าเจอปัญหาที่ต้องใช้หัวใจมิใช่สมอง
         
ข. คุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะชอบอยู่กับความคิดของตัวเองและมักจะแว่บหายยามเข้าตาจน             แต่คุณจะรู้สึกดีขึ้นถ้าระบายกับคนที่คุณไว้ใจซะบ้าง
         
ค. คุณเป็นคนที่เต็มที่กับชีวิตและกล้าแสดงออก แต่เดาอารมณ์ยากและเปลี่ยนความคิดได้เรื่อยๆ บางครั้ง
            
คุณก็เหมือนมหาสมุทรสงบได้แต่ไม่นาน

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แบบทดสอบขำๆ : บางสิ่งที่คุณ...คาดไม่ถึง




มาทดสอบสมองของคุณกันหน่อย 

แล้วคุณจะรู้ว่า มันไม่หมูอย่างที่คิด 



cid:_1_05AE100005AE0CDC00070EFC4725762C

ลองนับข้อความด้านล่างต่อไปนี้ว่ามีอักษร F อยู่กี่ตัว 
นับหนเดียวนะครับ ตั้งใจให้ดี... 

FINISHED  FILES ARE THE RE
SULT OF YEARS OF SCIENTI
FIC STUDY  COMBINED WITH
THE EXPERIENCE OF YEARS... 
  






คุณนับได้เท่าไหร่ค่ะ 






ถ้าคุณนับแล้วไม่ได้ ตัว คุณผิดครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ผมให้โอกาสคุณกลับไปนับใหม่นะครับ เอ้าลองดู... 











เหตุผลที่คุณนับไม่ได้ เพราะ สมองของคุณไม่สามารถรับคำว่า OF หลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกันได้ 

cid:_1_05AE1CD405AE0CDC00070EFC4725762C






แต่หากคุณนับได้ ตัว ตั้งแต่ครั้งแรก คุณค่อนข้างมีสมองที่ดีเลิศดั่งอัจฉริยะเลยทีเดียว 

cid:_2_05AE21B005AE0CDC00070EFC4725762C



หากคุณนับได้ ตัว ถือว่าสมองของคุณปราดเปรื่อง 
หากคุณนับได้ ตัว ถือว่าค่อนข้างดีครับ 
แต่หากนับได้ ตัว อย่าเสียใจ เพราะถือว่าสมองอยู่ในขั้นธรรมดา 
แต่หากนับได้ หรือ ตัว ผมว่านอกจากต้องเช็คสมองแล้ว ยังต้องเช็คสายตาด้วยนะครับ

ส่งเรื่องนี้ไปให้เพื่อนลองทดสอบดู 
แล้วเพื่อนคุณจะรู้สึก แปลก กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา.

 credit:forward mail

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

จิตวิทยาบุคลิกภาพ (ทฤษฎี) : พัฒนาบุคลิกภาพ แนว จิตวิเคราะห์



จิตวิทยาบุคลิกภาพ กลุ่ม จิตวิเคราะห์ มีนักจิตวิทยาที่สำคัญๆ 3 ท่าน ได้แก่

  1. Alfred Adler
  2. Karen Horney
  3. Harry Stack 
โดยวันนี้เราขอกล่าวเอาทฤษฎีของคุณ Alfred Adler เป็นอันดับแรกก่อน


Alfred Adler (1870-1937) 



    แนวคิดที่คุณ Adler เชื่อเกี่ยวกับมนุษย์คือ
มนุษย์ต่อสู้เพื่อความสมบูรณ์แบบ
มนุษย์มีเป้าหมายของชีวิต
ต่อสู้เพื่อลบปมด้อย
พฤติกรรมเกิดจากเป้าหมายของชีวิต (ความคิดนำพฤติกรรม)
มนุษย์มีแรงผลักดันให้ทำสิ่งที่ดียิ่งๆขึ้น

เป้าหมายของชีิวิตตามแนวคิดของ Adler มี 2 ช่วง
       ช่วงแรก คือ เป้าหมายแห่งการมีอำนาจ และเป้าหมายช่วงสุดท้ายคือ ความเหนือกว่า (superior) เป้าหมายที่ต้องการความเหนือกว่าตัวนี้นี่เองที่ทำให้มนุษย์ดำเนินชีวิตไปทางที่ดีหรือไม่ก็ได้

       นอกจากเป้าหมายในชีวิตแล้ว มนุษย์ยังประกอบไปด้วยจิตใจ ซึ่งสุขภาพจิตของเรายังขึ้นอยู่กับสังคมที่เราอยู่อาศัย ถ้าเรามีสังคมดี สุขภาพจิตเราก็จะดี ถ้าเราอยู่ในสังคมที่ไม่น่าอยู่ สุขภาพจิตเราก็จะแย่ ตัวสุขภาพจิตที่ดีหรือไม่ดี จึงมีผลต่อมุมมองที่เรามีต่อปมด้อยของเรา และเราจะตะเกียดตะกายต่อสู้กับมันหรือไม่ก็ยังขึ้นอยู่กับค่าของสังคม สังคมยิ่งมีความซับซ้อน เราก็ยิ่งต่อสู้มาก ผลของปมด้อยจึงส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมมาสู่เรา แต่จะดีหรือร้ายก็แล้วแต่บุคคลนั้นๆด้วย

       ปมด้อยของเรามาจากตัวเรา ความคิดของเรา เราสามารถมองสิ่งต่างๆให้เป็นปมด้อยได้ ทั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นจริงแต่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเอง

(กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ตัวทฤษฎีของ Adler จึงมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่รู้จักพอของมนุษย์ มนุษย์ดูเหมือนว่ามีความต้องการตลอดเวลา)

        แล้วมนุษย์สร้างบุคลิกภาพของตัวเองจากอะไร?
       Adler บอกว่า มนุษย์นั่นสร้างบุคลิกภาพของตันเองจาก ประสบการณ์ และ สิ่งที่ได้รับจากบรรพบุรุษ (เป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่ นิสัย ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม เป็นต้น ) แล้วหล่อหลอมเข้ากับตัวตน สร้างสรรค์บุคลิกของตนเอง(Creative life) และมีวิถีชีวิตเฉพาะ(Style of life)ของตัวเอง (Adler ไม่ได้มองมนุษย์แบบเหมารวม แต่มองเป็นปัจเจก)

ต่อไปนี้ขอกล่าวถึงพัฒนาการทางบุคลิกภาพตามแนวของ Adler แบบละเอียดกันดีกว่าค่ะ

          คงพูดไม่ได้ว่าเราเป็นผู้ใหญ่ (จะใหญ่น้อยใหญ่มากก็แล้วแต่) อย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยผ่านวัยเด็กของเรามาเลย ในช่วงตอนเราเป็นเด็ก โดยส่วนมากแล้วเราก็จะได้รับอะไรหลายๆอย่างจากพ่อหรือแม่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านสอน หรือ สิ่งที่ท่านแสดงออก เราจะรับรู้ได้โดยตรง หรือ เก็บมาจำโดยไม่ตั้งใจ ต่างมีผลต่อเราแทบทั้งสิ้น จุดๆนี้เองที่ทำให้ท่านมีบทบาทสำคัญมากๆในการที่จะ support หรือ destroy การพัฒนาวิึึถีชีวิตของลูกตัวเอง พูดได้ว่าประสบการณ์ที่เราได้รับจากท่านเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

          แล้วเคยสงสัยมั้ยว่าทำไม? พี่ๆ น้องๆ ของเราถึงได้เราการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือ เคยสงสัยมั้ย? ว่าการที่เราเป็นลูกคนเดียว ทำไม ถึงไม่เหมือนกับเพื่อนที่มีพี่น้องหลายคน

Adler บอกว่า ลำดับการเกิด (Birth order) มีผลต่อการปฏิบัติที่พ่อแม่มีให้ เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พ่อแม่จะปฏิบัติต่อลูกทุกคนได้เหมือนกันๆ เพราะลูกก็ไม่ใช่คนเดียวกัน เวลา สถานที่ สิ่งแวดล้อม สภาพการณ์ ก็ไม่เหมือนกัน ทำให้ลูกได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันไปด้วย


ลักษณะของเด็กตามลำดับที่เกิด

1.ลูกคนแรก
  • เกิดมาก็เป็นศูนย์กลางของความสนใจ ได้รับความสนอกสนใจจากพ่อแม่ อาจจะรวมถึงญาติๆด้วย หากเป็นหลานคนแรก เพราะอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีน้องคนไหนเกิดตามมาก 
  • การที่รับความสนใจ จึงทำให้ลูกคนแรกรู้จักถึงเรื่องอำนาจมากที่สุด และยังเอาอำนาจตัวนี้มาปรับใช้กับน้องๆที่ตามมาด้วย แต่จะเกิดความรู้สึกสูญเสียอำนาจเมื่อมีน้องคนรองเกิดตามมา
  • ได้รับแรงกดดันมากกว่าน้องๆ
  • ลูกคนแรกยังได้ชื่อว่าเป็น จักรพรรดิผู้ถูกโค่น
2.ลูกคนกลาง
  • ด้วยความที่พี่คนโตได้รับทั้งความสนใจ และ โตมาก่อน ทำให้น้องคนนี้อยากจะเอาชนะ และ อยากแข่งขันให้เท่าเทียมพี่
3.ลูกคนสุดท้าย
  • มีแนวโน้มที่จะเอาแต่ใจมากที่สุด ช่างประจบ ชอบให้คนอื่นช่วยเหลือ 
  • ได้รับความรักจากพ่อแม่และพี่ๆ ค่อนข้างมาก ถ้าเลี้ยงดีก็จะดีมากแต่ถ้าเลี้ยงตามใจมากเด็กอาจเสียในที่สุด
4.ลูกคนเดียว
  • มักจะเอาแต่ใจตนเอง มักถูกตามใจจนเคยตัว 
  • แต่ถ้า ครอบครัวสอนให้รู้เหตุรู้ผล ลูกโทนจะมี ความเชื่อมั่นในตนเอง องอาจ นับถือตนเอง 
  • ความรับผิดชอบอาจน้อย เพราะต้องการอะไรก็มักจะได้โดยง่าย จึงไม่รู้ค่าของสิ่งที่มี
  • มีปัญหาด้านการปรับตัวทางสังคม มากกว่าเด็กที่มีพี่น้องมาก
Adler ไม่ยึดถือ ลำดับการเกิด ว่าเป็นผลต่อบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเชื่อว่า ประสบการณ์พิเศษของแต่ละคนที่เกิดจากครอบครัวก็ยังมีผลต่อพัฒนาการทางบุคลิกภาพอีกด้วย และถ้าลำดับการเกิดทิ้งช่วงห่างกันมากๆ ก็ไม่จำเป็นที่ว่าเด็กจะมีลักษณะตามลำดับดังที่กล่าวไปแล้ว นอกจากนี้เพศของเด็กก็ยังมีความสำคัญต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพของเด็กด้วย

ถ้าเราอยากจะให้ลูกของเรามีพัฒนาการอย่างวิถีชีวิตที่สร้างสรรค์ (Style of life & Creative life) ก็ทำได้โดย 
  1. เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ และให้เกียรติตามสมควร
  2. สอนให้รู้จักปรับตัว ปรับเปลี่ยนเป้าหมายได้ 
  3. สอนให้คิดว่าตนมีบทบาทต่อสังคม ช่วยสร้างประโยชน์ในสังคมให้เกิดขึ้นได้ (ตนมีคุณค่า)
พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ทำยังไงก็ได้ ให้ลูกมี "สุขภาพจิตที่ดี"

Adler ยังได้จัดแบ่งบุคคลออกเป็น 4 แบบ ด้วยกัน (ผู้อ่านก็คิดตามได้นะค่ะว่าตัวเองเป็นแบบไหน)
1.The Ruling Type
         คนที่อยู่ในประเภทนี้จะมีลักษณะ ไม่กล้า อยู่ในกฎเกณฑ์ แย่งที่จะแสดงตนเป็นคนดี
2.The Getting Type
         พวกนี้จะสนใจในตัวเอง ไม่สนใจผู้อื่น มีลักษณะที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน พวกนี้มักถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ
3.The Avoiding Type
         คนที่อยู่ในจำพวกนี้เวลาเจอปัญหาจะไม่เข้าชน มักหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ และชอบอยู่คนเดียว
4. The Social Useful Type
         บุคคลนี้มักทำประโยชน์ต่อสังคมอยู่เสมอ 

ผุ้อ่านคงจะสงสัยว่าเรามีลักษณะอยู่ในทุกแบบเลย เพราะอะไร?  อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์ทุกคนมีคุณลักษณะนิสัยทุกแบบ แต่จะเน้นหนักเบาไปทางไหนก็แล้วแต่นิสัยอะไรที่เป็นจุดเด่นจนเป็นบุคลิกภาพของเราโดยเฉพาะ